Best software guide

7 CRM ที่ดีที่สุด สำหรับธุรกิจไทย

เราคัดเลือก CRM สำหรับทีมขายและ SME ไทย โดยพิจารณาทั้งความง่าย ราคา ระบบอัตโนมัติ การรองรับภาษาไทย และความเหมาะสมกับขั้นตอนการทำงานจริง

อัปเดตล่าสุด: สิงหาคม 2026 วิเคราะห์ 12 ผลิตภัณฑ์ แนะนำ 7 ผลิตภัณฑ์ อ่านประมาณ 14 นาที

คำตอบแบบสั้น

HubSpot CRM เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับธุรกิจส่วนใหญ่ เพราะเริ่มต้นง่าย มีแผนฟรี และรวมเครื่องมือด้านการขายกับการตลาดไว้ด้วยกัน

หากทีมของคุณต้องการระบบที่เน้น pipeline การขายโดยเฉพาะ Pipedrive จะเรียบง่ายกว่า ส่วนธุรกิจไทยที่ต้องการบริการ และการช่วยเหลือในประเทศควรพิจารณาผู้ให้บริการที่มีทีมสนับสนุนภาษาไทยโดยตรง

ตัวเลือกที่เราแนะนำ

ผลิตภัณฑ์ เหมาะที่สุดสำหรับ ราคาเริ่มต้น คะแนน Entro อ่านเพิ่มเติม
HubSpot
ธุรกิจส่วนใหญ่ มีแผนฟรี 9.0/10 ดูรายละเอียด →
Pipedrive
ทีมขายขนาดเล็ก ชำระต่อผู้ใช้ 8.8/10 ดูรายละเอียด →
Zoho CRM
ความคุ้มค่าและการปรับแต่ง มีแผนฟรีแบบจำกัด 8.6/10 ดูรายละเอียด →
Freshsales
ทีมที่ต้องการ automation มีแผนฟรีแบบจำกัด 8.4/10 ดูรายละเอียด →
monday CRM
ทีมที่ชอบ visual workflow ชำระต่อผู้ใช้ 8.2/10 ดูรายละเอียด →

CRM ที่ดีที่สุดในปี 2026

แสดง 5 ผลิตภัณฑ์

01
ดีที่สุดโดยรวม

HubSpot CRM

เหมาะสำหรับ: SME ที่ต้องการเริ่มใช้ CRM อย่างรวดเร็ว

9.0 Entro score

HubSpot รวมเครื่องมือจัดการลูกค้า งานขาย การตลาด และ customer service ไว้ในระบบเดียว จุดแข็งคือเริ่มต้นได้ง่ายและมี ecosystem ขนาดใหญ่ แต่ค่าใช้จ่ายอาจเพิ่มขึ้นมากเมื่อทีมต้องการฟีเจอร์ขั้นสูง

ข้อดี

  • มีแผนฟรีสำหรับเริ่มต้น
  • หน้าตาใช้งานง่าย
  • เชื่อมงานขายและการตลาดได้ดี

ข้อจำกัด

  • แผนขั้นสูงมีราคาสูง
  • ฟีเจอร์บางส่วนอยู่ในผลิตภัณฑ์เสริม
  • ต้องเรียนรู้โครงสร้าง Hub ต่างๆ
02
ดีที่สุดสำหรับทีมขาย

Pipedrive

เหมาะสำหรับ: ทีมขายที่ต้องการ pipeline ชัดเจน

8.8 Entro score

Pipedrive ออกแบบมาเพื่อจัดการกระบวนการขายโดยเฉพาะ pipeline แบบลากและวางทำให้ทีมเห็นสถานะของทุกดีลได้ง่าย เหมาะกับทีมที่ไม่ต้องการระบบซับซ้อนเกินไป

ข้อดี

  • Pipeline เข้าใจง่าย
  • ตั้งค่าได้รวดเร็ว
  • ติดตามกิจกรรมการขายได้ดี

ข้อจำกัด

  • ไม่มีแผนใช้ฟรีถาวร
  • ฟีเจอร์การตลาดมีจำกัด
  • ส่วนเสริมทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
03
คุ้มค่าที่สุด

Zoho CRM

เหมาะสำหรับ: ธุรกิจที่ต้องการปรับแต่งระบบ

8.6 Entro score

Zoho CRM มีฟีเจอร์ค่อนข้างครบในราคาที่แข่งขันได้ และทำงานร่วมกับแอปอื่นในระบบ Zoho ได้ดี เหมาะกับธุรกิจที่ยอมใช้เวลาในการตั้งค่าเพื่อแลกกับความยืดหยุ่น

ข้อดี

  • ราคาคุ้มค่าเมื่อเทียบกับฟีเจอร์
  • ปรับแต่งข้อมูลและ workflow ได้มาก
  • มีชุดแอปธุรกิจขนาดใหญ่

ข้อจำกัด

  • หน้าตาบางส่วนค่อนข้างซับซ้อน
  • ต้องใช้เวลาในการตั้งค่า
  • ประสบการณ์ใช้งานไม่สม่ำเสมอทุกโมดูล
04
Automation เด่น

Freshsales

เหมาะสำหรับ: ทีมที่ต้องการลดงานซ้ำ

8.4 Entro score

Freshsales ให้เครื่องมือด้าน automation การติดตามลูกค้า และการจัดลำดับโอกาสการขายในแพ็กเกจที่เข้าถึงได้ โดยเฉพาะธุรกิจที่ใช้ผลิตภัณฑ์อื่นในระบบ Freshworks อยู่แล้ว

ข้อดี

  • ระบบอัตโนมัติใช้งานได้จริง
  • รวมเครื่องมือติดต่อกับลูกค้า
  • ทำงานร่วมกับ Freshworks ได้ดี

ข้อจำกัด

  • ฟีเจอร์ AI ขึ้นอยู่กับแผน
  • ตัวเลือกปรับแต่งน้อยกว่าบางคู่แข่ง
  • ควรตรวจสอบค่าใช้จ่ายเมื่อเพิ่มผู้ใช้
05
Visual workflow เด่น

monday CRM

เหมาะสำหรับ: ทีมที่ต้องการ workflow แบบ visual

8.2 Entro score

monday CRM นำรูปแบบบอร์ดที่ยืดหยุ่นของ monday.com มาใช้กับกระบวนการขาย เหมาะกับทีมที่ต้องการมองเห็นงานทั้งหมด และปรับขั้นตอนให้เข้ากับวิธีทำงานของตัวเอง

ข้อดี

  • หน้าตา visual และปรับแต่งได้
  • เชื่อมงานขายกับงานโครงการได้
  • Dashboard เข้าใจง่าย

ข้อจำกัด

  • อาจต้องตั้งค่าค่อนข้างมาก
  • โครงสร้างราคาแบบจำนวนผู้ใช้
  • ไม่เน้น CRM ลึกเท่าระบบเฉพาะทาง

วิธีเลือก CRM ให้เหมาะกับธุรกิจ

1

เริ่มจากขั้นตอนการขาย

เขียนขั้นตอนตั้งแต่รับ lead จนถึงปิดการขายก่อน แล้วเลือก CRM ที่รองรับ workflow นี้ได้โดยไม่ต้องปรับมากเกินไป

2

คำนวณราคาจริง

อย่าดูเฉพาะราคาเริ่มต้น ควรรวมจำนวนผู้ใช้ ระบบอัตโนมัติ พื้นที่จัดเก็บ และส่วนเสริมที่ทีมต้องใช้

3

ตรวจสอบภาษาและเวลา

ดูว่าทีมใช้งานเมนูภาษาอังกฤษได้หรือไม่ และเวลาของระบบตรงกับประเทศไทยในการสร้างรายงานหรือไม่

4

ทดลองนำเข้าข้อมูล

ใช้ข้อมูลตัวอย่างจาก spreadsheet เพื่อดูว่าการ import, deduplication และ mapping field ทำได้ง่ายแค่ไหน

5

ทดสอบ integrations

ตรวจสอบการเชื่อมต่อกับอีเมล แบบฟอร์ม เว็บไซต์ เครื่องมือบัญชี และช่องทางสื่อสารที่ธุรกิจใช้อยู่

6

ให้ทีมขายทดลองจริง

ระบบที่มีฟีเจอร์มากที่สุดอาจไม่ใช่ระบบที่ดีที่สุด หากทีมรู้สึกว่าใช้งานยากจนไม่ยอมบันทึกข้อมูล

วิธีที่ Entro ประเมิน CRM

เราประเมินแต่ละผลิตภัณฑ์ด้วยเกณฑ์เดียวกัน เพื่อให้ผู้อ่านเปรียบเทียบความเหมาะสมได้อย่างชัดเจน คะแนนไม่ได้พิจารณาจากจำนวนฟีเจอร์เพียงอย่างเดียว

30% ความง่าย การตั้งค่า การนำเข้าข้อมูล และงานประจำวันที่ทีมขายต้องทำ
25% ฟีเจอร์ Pipeline, automation, reporting และการจัดการ contact
25% ความคุ้มค่า ค่าใช้จ่ายจริงเมื่อเพิ่มผู้ใช้และเปิดใช้ฟีเจอร์สำคัญ
20% บริบทไทย ภาษา เวลา การสนับสนุน การชำระเงิน และ integrations ที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อย

หากเริ่มมีลูกค้าหลายราย มีทีมขายมากกว่าหนึ่งคน หรือติดตามงานผ่าน spreadsheet และแชตหลายแห่ง CRM สามารถช่วยลดข้อมูลตกหล่นและทำให้ทุกคนเห็นสถานะเดียวกันได้

แผนฟรีอาจเพียงพอสำหรับการจัดเก็บ contact และติดตามดีลพื้นฐาน แต่ควรตรวจสอบข้อจำกัดเรื่องจำนวนผู้ใช้ รายงาน automation และ integrations ก่อนย้ายข้อมูลจริง

อย่างน้อย 7–14 วัน โดยใช้ข้อมูลตัวอย่างและให้ผู้ใช้จริงทดลอง สร้าง contact เพิ่มดีล อัปเดตสถานะ และสร้างรายงาน ไม่ควรทดลองเฉพาะโดยผู้บริหารหรือฝ่ายไอทีเท่านั้น

ควรมองหาระบบที่มี pipeline ชัดเจน เมนูไม่ซับซ้อน และปรับหน้าจอให้เหลือเฉพาะข้อมูลสำคัญได้ Pipedrive และ HubSpot มักเป็นจุดเริ่มต้นที่เข้าใจง่าย แต่ควรให้ทีมทดลองก่อนเลือก