Pipedrive

Pipedrive ช่วยโฟกัสการขายได้ดี จริงหรือไม่ มาหาคำตอบกันเถอะ 2021

Pipedrive คืออะไร คุณอาจจะเคยได้ยินชื่อของระบบนี้มาก่อน แล้วสงสัยว่าทำไมธุรกิจหลายๆ ธุรกิจถึงนิยมนำเอาระบบนี้มาใช้ประโยชน์ หากคุณไม่เคยรู้ลึก รู้จริงเลยว่าเจ้าระบบ Pipedrive คืออะไรกันแน่ ก็อย่าพึ่งด่วนตัดสินใจทำตามคนอื่น แม้คุณอาจจะเคยได้ยินมาว่า Pipedrive คือระบบที่มีประโยชน์ในด้านการขายและช่วยให้ธุรกิจสามารถบริหารจัดการทีมขายได้ง่ายขึ้น ส่วนจะจริงแท้แค่ไหน วันนี้เราจะอาสาพาทุกคนไปถึงบางอ้อ หาคำตอบที่ทุกคนสงสัย ถ้าอยากรู้แล้วตามไปดูกันเลย 

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า โลกของเราในยุคปัจจุบันมีพัฒนาการของเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดด โดยเฉพาะในโลกของธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ต่างก็พากันใช้เทคโนโลยี หรือซอฟต์แวร์ต่างๆ เข้ามาช่วยในด้านการตลาดมากมาย ในโลกของธุรกิจ ยุคนี้ สมัยนี้ สิ่งที่ธุรกิจต่างก็ให้ความสำคัญ ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของ “การขาย”  และขุมทรัพย์ที่สำคัญมากที่สุดก็คือข้อมูลของลูกค้า ใช่หรือไม่ แต่ปัญหามันติดอยู่ตรงที่ว่าธุรกิจจะบริหารจัดการข้อมูลของลูกค้าอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ ดังนั้น Pipedrive ระบบ CRM นี้ จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมาก 

Pipedrive คืออะไร

Pipedrive คือ ระบบ CRM ที่ถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อช่วยโฟกัสการขาย และช่วยให้คุณสามารถปิดการขายได้ง่ายขึ้น มี Prospector ช่วยให้สามารถค้นหา Lead จาก Database ของ Pipedrive ได้ หรือจะกล่าวได้ว่า Pipedrive คือ CRM Software ที่ช่วยให้คุณทำงานน้อยลง แต่ยอดขายเพิ่มขึ้นด้วยวิธีการขายที่ง่ายกว่าเดิม ก็ไม่แปลกอะไร สำหรับผู้ที่ไม่เคยใช้งานมาก่อน สามารถเข้าไปทดลองใช้งานได้ ไม่มีค่าใช้ โดยสามารถทดลองใช้งานได้ฟรี 14 วัน 

Pipedrive ทำงานอย่างไร

Pipedrive เป็น CRM ที่ช่วยให้คุณโฟกัสการขายโดยเฉพาะ แถมยังมีฟีเจอร์เจ๋งๆ ที่ช่วยเรื่องการขายอย่าง Prospector คุณสามารถค้นหา Lead ได้จาก Database ของ Pipedrive นอกจากนั้นยังสามารถเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มอื่นๆ ได้หลากหลายด้วย นอกจากนั้นยังมีระบบ CRM สำหรับบริหารทีมขาย ที่ช่วยให้คุณสามารถเห็นภาพรวมได้ง่ายขึ้น สามารถช่วยแสดงภาพผลลัพธ์หรือภาพรวมในการขายได้ ไม่ว่าจะเป็น 

  • ยอดขายแบบเรียลไทม์ 
  • จำนวน Pipeline ใหม่ ของอาทิตย์/เดือนนี้
  • แสดงทีมขาย คนที่มียอดขายดีที่สุด 
  • สินค้าล่าสุดที่คุณขายได้ 
  • สินค้าที่คุณปิดการขายหรือไม่สามารถปิดการขายได้ 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำให้เห็นภาพรวมของทีมขายแต่ละคนว่ามีการพูดคุย หรือดีลกับลูกค้าอย่างไรบ้าง ปิดการขายได้หรือไม่ สิ่งต่างๆ เหล่านี้มันช่วยให้คุณสามารถบริหารจัดการทีมขายให้ดีขึ้นได้ นอกจากนั้นยังช่วยให้สามารถเข้าใจความต้องการของลูกค้าในแต่ละคนได้ด้วย

จุดเด่นของ Pipedrive

อย่างไรก็ตาม Pipedrive ก็ยังมีจุดเด่นอีกมากมาย ซึ่งเราอยากนำเสนอมากๆ  มีดังต่อไปนี้ 

  • Manage leads and deals

ตัวช่วยนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการขาย ซึ่งช่วยเปลี่ยนการสนทนาธรรมดาๆ ให้กลายเป็นการได้มาซึ่งลูกค้าคนสำคัญ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มรายได้และเพิ่มกำไรให้กับธุรกิจของคุณในที่สุด 

  • Automate and grow

หมดปัญหาการทำงานที่ยุ่งยากและวุ่นวาย เพราะออโต้เมชั่นจะช่วยให้การทำงานซ้ำๆ การทำงานที่ยุ่งยากและซับซ้อน เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น เพราะเป็นระบบที่ออกแบบขึ้นมาเพื่อให้เรียนรู้การทำงานของคุณด้วยระบบ AI ช่วยให้การทำงานซ้ำๆ เปลี่ยนเป็นการทำงานโดยอัตโนมัติ ลดขั้นตอนและลดระยะเวลาให้สั้นลง แต่กลับมีประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มขึ้น 

  • Track communications

อีกหนึ่งตัวช่วยที่เราอยากแนะนำมากๆ ก็คือ Track communications ที่ช่วยติดตามการโทร การอีเมลและประวัติการติดต่อ สามารถเรียกดูและสร้างกำหนดการของคุณได้ตลอดเวลาตามที่คุณต้องการ 

ประโยชน์ของ Pipedrive

  • Pipedrive ระบบ CRM เป็นระบบที่ใช้งานง่ายมากๆ แม้ว่าคุณจะไม่ได้เก่งเรื่องไอทีหรือมีความรู้ มีความเชี่ยวชาญในด้านการใช้งานโปรแกรมมาก่อนก็ตาม แต่คุณก็สามารถใช้งาน Pipedrive ได้อย่างง่ายดาย
  • Pipedrive ระบบ CRM ช่วยให้คุณสามารถมองเห็นภาพรวมในการขายได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าของคุณ หรือแม้แต่ทีมขายของคุณเองก็ตาม 
  • สามารถเชื่อมต่อกับบุคคลที่สามได้ เช่น คุณอาจป้อนคำสั่งการทำงาน เพื่อให้ทีมขายของคุณปฏิบัติตาม ซึ่งช่วยให้การบริหารจัดการในด้านการขายเป็นเรื่องที่ง่าย สะดวก และรวดเร็ว ที่สำคัญคือ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถทำงานได้ และเข้าใจงานตรงกัน มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน

Pipedrive ราคาเท่าไหร่

ในส่วนราคา Pipedrive  มีราคาเริ่มต้นเพียงแค่ $12.50/เดือน  นอกจากนั้น ก็ยังมีราคาให้เลือกด้วยกันถึง 4 ระดับ ซึ่งแตกต่างกันตาม Feature ในการใช้งาน 

  1. Essential – Take control of sales ราคาเริ่มต้นที่ 12.50$
  2. Advanced – Advanced email ราคาเริ่มต้นที่ 24.90$
  3. Professional – Upscale sales performance ราคาเริ่มต้นที่ 49.90$
  4. Enterprise – Customize Pipedrive ราคาเริ่มต้นที่ 99.00$

ข้อดีและข้อเสียของ Pipedrive

ข้อดี Pipedrive

  • ช่วยให้คุณสามารถติดต่อกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายและปิดการขายได้ง่ายขึ้น 
  • สามารถวัดผลการทำงานและความสำเร็จของกลยุทธ์ในการขายได้อย่างแม่นยำด้วยการรายงานและสถิติ 
  • ช่วยให้สามารถค้นหาและคัดกรองกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ง่ายขึ้น 
  • ช่วยให้การบริหารจัดการทีมขายเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก 
  • ตรวจสอบการสื่อสารระหว่างทีมงานและลูกค้าได้สะดวกรวดเร็ว ลดความเสี่ยงในการให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน

ข้อเสียของ Pipedrive

แม้ว่า Pipedrive  จะมีประโยชน์หรือมีข้อดีหลายๆ อย่าง แต่ก็มีข้อเสียอยู่บ้าง ตรงที่เรื่องของการ  Customization ที่ต้องยอมรับว่าทำได้ไม่ค่อยเยอะ ปรับแต่งได้ยาก ดังนั้น มันจึงไม่เหมาะกับบริษัทที่มีขั้นตอนในการทำงานที่ยุ่งยากหรือซับซ้อนนั่นเอง

สรุป Pipedrive ดีหรือไม่

มาถึงจุดนี้แล้ว เชื่อว่าหลายคนก็คงสงสัยแล้วใช่ไหมว่าสรุป Pipedrive ดีหรือไม่ดีกันแย่ แล้วเหมาะกับธุรกิจหรือบริษัทแบบไหนกัน Pipedrive เหมาะสำหรับบริษัทขนาดเล็กบริษัทขนาดกลางและคนที่มีระบบการขายไม่ซับซ้อน และไม่เหมาะสำหรับบริษัทใหญ่ๆ หรือองค์กรขนาดใหญ่ที่มีระบบการขายซับซ้อนนั่นเอง 

ทางเลือกอื่นๆ นอกเหนือจาก Pipedrive ?

  • Salesforce

ต้องยอมรับเลยว่า Salesforce คือ สุดยอดโปรแกรม CRM หมายเลข 1 ของโลกเลยก็ว่าได้ โปรแกรมเซลล์ร้อยล้าน ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นที่สุดของ CRM การันตีจากประสบการณ์การใช้งานในองค์กรระดับโลกอย่าง เดลล์ คอร์ปอเรชั่น (Dell Corporation) ซึ่งต้องยอมรับเลยว่า Salesforce มีทุกสิ่งที่ CRM ควรจะมี ไล่ตั้งแต่ระบบการกรอกข้อมูลของลูกค้า ระบบการบันทึกสถานะ การติดตามงานแบบโทรศัพท์ หรือการนัดหมายต่างๆ Application บนมือถือที่มีระบบแจ้งเตือน สำหรับการวางแผน เพื่อติดตามงานที่คุณทำการบันทึกเอาไว้ เป็นต้น มากไปกว่านั้นคือ Salesforce อยู่ในระบบ Cloud ซึ่งทุกอย่างที่มีการบันทึกจะอยู่บนอากาศ ทำให้คุณสามารถกรอก Report ที่ไหนก็ได้ ทำงานที่บ้านก็ได้ ไม่ใช่ปัญหา ตราบใดที่ยังมีอินเทอร์เน็ตเข้าถึง คุณอาจจะทราบดีว่า Salesforce มีข้อดีหลายอย่าง แต่ข้อเสียที่คุณควรรู้ไว้ ก็คือ องค์กรของคุณจะต้องมีเงินมากพอเพราะโปรแกรมนี้ มีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว 

  • HubSpot

HubSpot เป็นเครื่องมือสำหรับการทำ Inbound Marketing ด้วยการทำ Content Marketing เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ช่วยเพิ่มโอกาสให้กลายมาเป็นลูกค้าคนสำคัญ ผ่านช่องทางการตลาดดิจิตอล เช่น search engines blogs และ social media โดย HubSpot จะเก็บข้อมูลทั้งหมดของลูกค้า นอกจากนั้น HubSpot ยังใช้วิธีการส่งอีเมลเข้าถึงกลุ่มลูกค้าอย่างต่อเนื่องด้วยการอาศัยข้อมูลด้านพฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์หรือการมีปฏิสัมพันธ์ต่างๆ HubSpot ทำงานร่วมกับ CRM เพื่อให้ทีมขายสามารถทำงานในระบบอัตโนมัติได้อย่างเป็นขั้นตอนรวดเร็วมากขึ้น  

โดยทั้ง Salesforce และ HubSpot เหมาะสำหรับธุรกิจหรือองค์กรที่มีการทำงานหลายขั้นตอน ซึ่งต้องยอมรับเลยว่ามีฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ในการทำงานที่ดี  แต่ก็มีข้อเสียตรงที่ องค์กรของคุณหรือธุรกิจของคุณ อาจต้องใช้เงินจำนวนมาก เพื่อให้ได้มาซึ่งระบบนี้ โดยเฉพาะ Salesforce ที่มีค่าใช้จ่ายสูงมากเลยทีเดียว 

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter